วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สลากออมทรัพย์ ชื่อ “บัตรเพิ่มทรัพย์ ชุดที่ 8”

สลากออมทรัพย์
ชื่อ “บัตรเพิ่มทรัพย์ ชุดที่
8
 
ลุ้นรับโชคกว่า  17  ล้านบาททุกเดือน
 







               มีจำนวน 10 หมวด คือหมวด 01020304,  05,  0607, 08,  09  และ  10


รางวัลและเงินรางวัล…………  มีดังนี้ :-
รางวัลที่ 1 หมุน 1 ครั้ง   มี 1 รางวัล เป็นเงิน          2,000,000 บาท
รางวัลที่ 1 ต่างหมวด     มี 9 รางวัล ๆ ละ                   50,000 บาท
รางวัลที่ 2 หมุน 3 ครั้ง   มี 30 รางวัล ๆ ละ                40,000 บาท
รางวัลที่ 3 หมุน 10 ครั้ง มี 100 รางวัล ๆ ละ              10,000 บาท
รางวัลที่ 4 หมุน 20 ครั้ง มี 200 รางวัล ๆ ละ                3,000 บาท
รางวัลที่ 5 หมุน 100 ครั้ง มี 1,000 รางวัล ๆ ละ          2,000 บาท
เลขท้าย 3 ตัว หมุน 2 ครั้ง มี 200,000 รางวัล ๆ ละ          50 บาท  
รวมรางวัลงวดละ 201,340  รางวัล  เงินรางวัล 17,250,000 บาท
กรณีฝาก ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2556 ถึง 10 สิงหาคม 2556
มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ รางวัลละ 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล 
ในการออกรางวัลครั้งแรกวันที่ 16 สิงหาคม 2556
¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨¨



สอบถามรายละเอียดได้ที่
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สาขา ………………….................................…………
โทร. …………………………………………………….
 
หลักเกณฑ์การรับฝากเงิน
Ø รับฝากจากบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
Ø  รับฝากเป็นหน่วย ๆ ละ 100 บาท
Ø  เปิดรับฝากเงินตั้งแต่วันที่  18  มิถุนายน  2556 เป็นต้นไป

เอกสารการเปิดบัญชี
Ø สำเนาบัตรประชาชนพร้อมบัตรประชาชนตัวจริง

การออกรางวัล
Øออกรางวัลทุกเดือน  รวม ปี 36  ครั้ง
   โดยออกรางวัลในวันที่ 16 ของทุกเดือน
Øกำหนดออกรางวัลครั้งแรกวันที่ 16  สิงหาคม  2556
    และออกรางวัลครั้งสุดท้ายวันที่  16  กรกฎาคม  2559
Øดำเนินการออกรางวัลโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
    ถนนราชดำเนินกลาง  กรุงเทพมหานคร

ดอกเบี้ยเงินฝาก
1.  ผู้ที่ฝากตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2556 ถึง 10 สิงหาคม 2556 และฝากจนครบกำหนดจะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 4.25 บาท      คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.42 ต่อปี
2.  ผู้ที่ฝากตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2556 เป็นต้นไป และหรือ       ผู้ที่ถอนคืนก่อนครบกำหนดจะไม่ได้รับดอกเบี้ย






 
การประกาศผลรางวัล
Ø ในวันออกรางวัล มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียง           
       แห่งประเทศไทย คลื่นความถี่ AM 891 กิโลเฮิรตซ์
Ø ประกาศผลรางวัลทาง INTERNET http://www.baac.or.th
Ø มีใบแจ้งผลการออกรางวัล   ขอรับได้ที่ ธ... ทุกสาขา
Ø ประกาศผลรางวัลทางหนังสือพิมพ์   
Ø ตรวจรางวัลทางโทรศัพท์ หมายเลข 1900-1901-98 และ
     หมายเลข 1900-222-299  
Ø โทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกเครือข่าย *499222

การรับเงินรางวัลและการถอนคืนเงินฝาก
Ø ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
Ø มีสิทธิ์ถูกรางวัลตลอดระยะเวลาการฝาก
Ø เงินรางวัล ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลทั่วไป
Ø ดอกเบี้ยเงินฝาก ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลทั่วไป                      
     ซึ่งเป็นผู้ทรงคนแรก
Ø ใช้เป็นหลักประกันกู้เงิน ธ... ได้ ณ สาขาที่ฝาก
Ø ใช้เป็นหลักประกันในการออกหนังสือค้ำประกันจาก ธ...
     (Bank Guarantee)
Ø ใช้เป็นหลักประกันซอง และประกันสัญญาในงานจัดซื้อ
      จัดจ้างของธนาคาร
Ø ใช้ประกันผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนของตำรวจและอัยการ   
      และประกันตัวจำเลยในชั้นศาล


กำหนดการพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารเรียนโรงเรียนพลูหลวงวิทยา (วัดโคกพลู) โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ตำบลหนองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดตาก

                                                                   กำหนดการพิธีวางศิลาฤกษ์
อาคารเรียนโรงเรียนพลูหลวงวิทยา (วัดโคกพลู)  โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา
ตำบลหนองหลวง  อำเภอเมือง  จังหวัดตาก
วันเสาร์ ที่  ๒๙  มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๖  ตรงกับวันแรม  ๖  ค่ำ  เดือน  ๗
ประธานฝ่ายสงฆ์                เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช                    เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ  แม่กองบาลีสนามหลวง  กรรมการมหาเถรสมาคม 
เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ  กรุงเทพมหานคร 
ประธานฝ่ายฆราวาส         นายสุริยะ   ประสาทบัณฑิต  ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
เวลา  ๑๕.๐๐ น.   -    ประธานในพิธีถึงบริเวณพิธี  ณ  ปรัมพิธีวัดโคกพลู
-          ประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
-          พิธีกรสงฆ์อาราธนาศีล
-          ผู้ว่าราชการจัดหวัดกล่าวรายงานต่อประธาน
-          ผู้แทนหน่วยงานถวายพานดอกไม้แด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ 
-          ประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียน
-          พระประสิทธิศีลคุณ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนพลูหลวงวิทยา(วัดโคกพลู)
ถวายสักการะเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ 
-          เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  มอบของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณ 
-          แขกผู้มีเกียรติถวายไทยธรรมแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์  ๑๐  รูป
-          เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์  ให้โอวาท อนุโมทนา / ผู้ร่วมพิธีกรวดน้ำ 
-          เสร็จพิธี 







วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯเสด็จแทนพระองค์ทรงเปิดศูนย์ ๓ วัยฯ ที่จังหวัดตาก

 (๑๙ มิ.ย.๕๖) เวลา ๑๑.๕๕ น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเปิดศูนย์ ๓ วัย สานใยรักแห่งครอบครัว เมืองตาก จังหวัดตาก ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ณ ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก
                 ศูนย์ ๓ วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว เมืองตาก จังหวัดตาก ในพระอุปถัมภ์พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ แห่งนี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อน้อมนำพระปณิธานของทั้งสองพระองค์ ในการขยายผลการดำเนินงานในโครงการสานสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมารที่ว่า "ควรมีศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เน้นความต่อเนื่องเชื่อมโยงเป็นวงจรของทุกช่วงวัย ภายใต้การดำเนินงานของหลักเหตุผลตั้งแต่การสร้างความคิดรวบยอด การกำหนดคำจำกัดความที่ชัดเจน และถ่ายทอดลงสู่ระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ตลอดจนข้อดี ข้อเสียต่าง ๆ " มาดำเนินการในการให้บริการประชาชน โดยศูนย์ ๓ วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวเมืองตาก จังหวัดตาก ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ จะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัยในชุมชน ด้วยการบูรณาการการดำเนินงานของทุกภาคส่วนในการให้บริการประชาชนแบบองค์รวม จนเกิดเป็นรูปแบบที่ดีในการพัฒนาในพื้นที่ที่มีการดำเนินงานตามโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวอย่างยั่งยืนก่อนที่จะขยายผลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป
                 หลังจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคุมป้ายศูนย์ ๓ วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว เมืองตาก จังหวัดตาก แล้ว ได้เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมภายในห้องต่าง ๆ เช่น ห้องศูนย์เรียนรู้ฯ ประกอบด้วย กิจกรรมดนตรี ร่ายรำ เล่าขานวัฒนธรรม ฯ ห้องกิจกรรมคน ๓ วัย เพื่อทอดพระเนตรการเต้นประกอบเพลง "เที่ยวเมืองตาก” กิจกรรมเด็กร้อง เด็กเล่น หุ่นเต้น พาเพลิน และกิจกรรมฉ่อยนมแม่ สายสายใยรักแห่งครอบครัว เป็นต้น
http://pr.prd.go.th/tak/ewt_news.php?nid=907&filename=indexhttp://pr.prd.go.th/tak/ewt_news.php?nid=907&filename=index

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะม่วง นำผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะม่วง ปล่อยปลาลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ บริเวณอ่างเก็บน้ำแม่ท้อ และสระน้ำสาธารณะในตำบลป่ามะม่วง

คลิ๊กชมภาพต่อที่นี่

นายลำพูน มนัยนิล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะม่วง กล่าวว่า วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 ได้นำผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะม่วง ปล่อยปลาลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ บริเวณอ่างเก็บน้ำแม่ท้อ และสระน้ำสาธารณะในตำบลป่ามะม่วง          ตามแนวทางการบริหารจัดการชุมชนแบบยั่งยืน  โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจกับชุมชน  ส่งเสริมสนับสนุน  และการบริหารจัดการต่างๆ  เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้านต่างๆ  ในท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง  และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ของชุมชน  เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ปลาท้องถิ่น  ในแหล่งเศรษฐกิจของชุมชน  โดยเทศบาลตำบลป่ามะม่วง  จัดสรรและสนับสนุนพันธุ์ปลาเพื่อใช้เลี้ยงปล่อยในสระน้ำสาธารณะภายในเขตพื้นที่ของตำบล  ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของชุมชนและหมู่บ้าน  จึงได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง ตำบลป่ามะม่วง  เพื่อพัฒนาการทำประมงเชิงอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีการพัฒนาการทำประมงเชิงอนุรักษ์  ขยายพันธุ์ปลาในสระน้ำสาธารณะภายในเขตตำบลป่ามะม่วง เพื่อประสานการดำเนินงานร่วมกันระหว่างตำบลป่ามะม่วง กับหมู่บ้านชุมชนอย่างต่อเนื่อง  และเน้นการบริหารจัดการของชุมชนเป็นสำคัญ ส่งเสริมและสนับสนุนพันธุ์ปลาเลี้ยงปล่อยในสระน้ำสาธารณะภายในตำบลเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารปลาอนุรักษ์ในแต่ละหมู่บ้าน และเน้นกิจกรรมด้านการประมงในแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่  เมื่อมนุษย์มีความสัมพันธ์กันและเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน มนุษย์ก็จะรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่ม สร้างบ้านเรือนแหล่งที่อยู่อาศัย ทำไร่ทำนาเลี้ยงสัตว์ มีกิจกรรมร่วมกัน และมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มในลักษณะนี้เรียกว่าชุมนุมชน ภายหลังจากที่มนุษย์รวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่ม โดยเลือกสถานที่ตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยแล้ว มนุษย์ก็ได้เริ่มจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวมนุษย์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการดำรงชีพ ความสะดวกสบาย ในความเป็นอยู่และความปลอดภัยในชีวิต สิ่งรอบ ๆ ตัวที่มนุษย์เข้าไปจัดการนั้น บางครั้งมนุษย์แสวงหามาเอง บางครั้งสร้างให้มันเกิดขึ้น และบางครั้งก็ตกแต่ง ดัดแปลงปรับปรุง และใช้ธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่เองนั้น ในลักษณะที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของชุมชน สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ล้อมรอบตัวมนุษย์ภายในบริเวณชุมนุมชนมีทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาไว้ในชุมชน รวมเรียกกันว่า "สิ่งแวดล้อมชุมชน" อาจจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้ อาจจะเป็นสิ่งที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้แต่ทุกอย่างจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องต่อเนื่องกันเป็นวงจรสิ่งแวดล้อมในชุมนุมอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ 1. สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ได้แก่ อากาศ แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ มหาสมุทร พื้น ดิน แร่ธาตุ ภูเขา ป่าไม้และสัตว์อื่น ๆ เป็นต้น 2. สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ บ้านเรือน โรงเรียน ถนน รถยนต์ เขื่อนเก็บน้ำ ตลอด จนขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจและสังคมด้วย สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ประกอบกันขึ้นเป็นชุมชน โดยมีขนบธรรมเนียบประเพณี ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่มนุษย์สร้างขึ้นและข้อจำกัดทางธรรมชาติเป็นกฎเกณฑ์และเป็นหลักสำหรับการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน เพื่อให้เกิดการดำรงชีวิตอย่างผาสุกและเสริมสร้างคุณภาพแห่งชีวิต ในแต่ละชุมชนก็จะมีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศ ทัศนคติ และนิสัยใจคอของผู้คนที่อยู่อาศัยในชุมชนด้วย เช่น บางแห่งอาจอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ บางแห่งอาจมีความกว้างใหญ่ไพศาลของทะเลและบางแห่งก็สลับซับซ้อนด้วยทิวเทือกเขา มีภูเขามาก สิ่งแวดล้อมในบางแห่งเหมาะที่จะใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว บางแห่งก็เหมาะที่จะใช้ทำการเกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งแต่ละชุมชนต่างได้รับประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไป ตามลักษณะของสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ และโดยความเป็นจริงแล้วสิ่งแวดล้อมได้ให้ประโยชน์แก่คนในชุมชนนั้นอย่างมากมายมหาศาล เราใช้สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต เป็นปัจจัยในการประกอบอาชีพ ให้เป็นกฎเกณฑ์และแนวทางในการดำเนินวิถีชีวิตของสังคม ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งรวมของความสวยงามตามธรรมชาติ และเป็นแหล่งที่เราสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติได้มนุษย์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อาศัยและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในการอยู่รอดของชีวิต มนุษย์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ดังนั้นการกระทำของมนุษย์จึงมีผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งแวดล้อม ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่เราเรียกกันว่าระบบนิเวศวิทยา ผลกระทบกระเทือนนั้นเป็นไปได้ทั้งในทางสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น หรือในทางทำลายให้เลวลง ผลกระทบกระเทือนนี้เกิดขึ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม มีมากบ้างน้อยบ้างตัวอย่างง่าย ๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการกระทำที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถ้าเราต้องการรับประทานอาหาร เราต้องเอาพืช ผลไม้ จากในป่าหรือต้องใช้ที่ดินเพาะปลูก ถ้าเราต้องการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ก็จำเป็นต้องตัดต้นไม้ในป่าเอามาสร้างบ้านจะทำให้จำนวนต้นไม้ ป่าไม้ ลดลง และถ้าลดลงมาก ๆ จะทำให้ธรรมชาติเสียความสมดุล ความสัมพันธ์ในระหว่างสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป ฝนอาจจะตกน้อยจนทำให้แห้งแล้ง หรืออาจจะเกิดน้ำท่วมได้ เพราะไม่มีป่าไม้ที่ช่วยทำให้น้ำถูกดูดซึมซับอยู่ใต้ดิน ในขณะเดียวกันถ้าเราช่วยกันปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะต้นเล็กหรือต้นใหญ่ก็ตามจะช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนของเราดีขึ้น จะมีต้นไม้เขียวชอุ่มมาก ป่าไม้ก็อุดมสมบูรณ์ ซึ่งก็มีส่วนทำให้ฝนตก ไม่แห้งแล้ง และยังช่วยไม่ให้เกิดน้ำท่วมได้ เพราะน้ำจะถูกดูดซึมไว้ในป่าและถูกปล่อยให้เราได้ใช้กันตลอดทั้งปี ด้วยวิถีทางธรรมชาติ ต้นไม้ยังช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ด้วย เพราะในเวลากลางวันต้นไม้จะหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และคายก๊าซอ๊อกซิเจนออกมา ซึ่งเป็นก๊าซที่มนุษย์เราต้องการในการหายใจ นอกจากนี้ ต้นไม้ยังช่วยทำให้บ้านเมืองและชุมชนมีความสวยงามร่มเย็นน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ไม่ว่ามนุษย์จะอยู่ ณ ที่แห่งใด จะตั้งชุมชนใหญ่หรือเล็กก็ตาม ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องอาศัยพึ่งพาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ย่อมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมได้ แม้ว่าจะมีมนุษย์อยู่เพียงคนเดียวในโลก สิ่งแวดล้อมก็ถูกทำลายได้เหมือนกัน เป็นต้นว่า มนุษย์เก็บเกี่ยวเอาพืชพันธุ์ไม้และล่าสัตว์เป็นอาหาร ตัดไม้ในป่าเอามาสร้างที่อยู่อาศัยและทำเชื้อเพลิงและมนุษย์ก็ยังขับถ่ายของเสียลงสู่สิ่งแวดล้อม แต่มนุษย์เพียงคนเดียวก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่มีมนุษย์มากขึ้น ความต้องการใช้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วย เพราะแต่ละคนต่างก็มีส่วนในการทำลายสิ่งแวดล้อมคนละมากบ้างน้อยบ้าง เมื่อรวมทั้งหมดแล้วสิ่งแวดล้อมในชุมชนจะถูกทำลายอย่างมาก และปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัด ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยี ก็เป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่ช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากการที่เรามุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ขยายการก่อสร้าง ปัจจัยพื้นฐานแห่งการพัฒนา เช่น ถนน เขื่อน สนามบิน ท่าเรือ ฯลฯ เร่งผลิตสินค้าและบริการให้ทันกับความต้องการของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละชุมชนจึงถูกนำมาใช้กับวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นจำนวนมาก จากขบวนการพัฒนาและการผลิตทำให้มีของเสียเหลือทิ้งออกมาในรูปต่าง ๆ เจือปนอยู่กับสิ่งแวดล้อมในชุมชน ความสมดุลในธรรมชาติก็เสียไป เมื่อสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย มีของเสียปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งแวดล้อมก็จะอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมและอาจจะรุนแรงจนถึงขั้นเป็นพิษเป็นภัยได้ ผลกระทบจะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและการขยายตัวของกิจกรรมนั้น ๆ ผลของสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและเป็นพิษก็จะตกอยู่แก่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในชุมชน ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะผูกพันเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ เพราะสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กัน สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและเป็นพิษจะมีผลโดยตรงต่อสุขภาพและอนามัยของมนุษย์ เพราะสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลง ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการดำรงชีวิตอีกต่อไป นอกจากนี้ก็ยังมีผลกระทบกระเทือนต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่หยุดยั้ง และถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวังแล้ว ทรัพยากรธรรมชาติก็จะสูญสิ้นลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนี้ มิได้เกิดขึ้นกับแม่น้ำ อากาศ สารเคมี และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในรูปปัญหาทางสังคมอีก ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าลักษณะนิสัยใจคอ ความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน ความสามัคคีในชุมชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทั้งนี้ อาจจะเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจภายในครอบครัว ความยากจน การเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ การคมนาคม ติดต่อสื่อสารกับสังคมภายนอก ตลอดจนการรับเอาวัฒนธรรมและแนวความคิดจากที่อื่น ๆ มามาก ภายในชุมชนของเราจึงเปลี่ยนแปลงไป ความมีระเบียบ การรักษาหน้าที่ความรับผิดชอบ การปฏิบัติตามกฏเกณฑ์จึงหย่อนคลายลง ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นั้น ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรีบด่วนและถูกวิธีแล้วปัญหาต่าง ๆ จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนนั้น จะต้องเลือกใช้หลักวิชาการที่ผสมผสานได้กับลักษณะนิสัย ทัศนคติ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในชุมชนด้วย จะต้องเป็นที่ยอมรับและไม่ถูกโต้แย้งจากคนในชุมชนนั้น ๆสิ่งแวดล้อมบางอย่างที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ คนทุกคนในชุมชนเป็นเจ้าของและมีสิทธิที่จะใช้ได้ เราทุกคนก็ควรที่จะมีหน้าที่ดูแลรักษาและแก้ไขให้สภาพแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะมีหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก็ตาม แต่การดำเนินงานอาจมีอุปสรรคบ้าง ล่าช้าบ้าง ถ้าคนในชุมชนไม่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือ ทุกคนควรจะถือว่าสิ่งแวดล้อมทั้งหลายเป็นทรัพย์สมบัติของชาติ และถือเอาเป็นความรับผิดชอบและหน้าที่ของตัวเองที่มีต่อชุมนุม ในอันที่จะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพที่ดีมีคุณภาพ เพื่อคนทุกคนในชุมชน เพื่อส่วนรวม เพื่อตัวเอง และครอบครัว และเพื่ออนุชนรุ่นหลังที่จะได้มีโอกาสพึ่งพาอาศัยและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไปในวันข้างหน้า ถ้าสมาชิกในชุมชนทุกคนสำนึกในหน้าที่ของตนเองที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน ยอมเสียสละเล็ก ๆ น้อย ๆ คำนึงถึงแต่ประโยชน์ของชุมชนส่วนรวมเป็นข้อใหญ่แล้ว อีกไม่ช้าไม่นานภายในชุมชนก็จะมีแต่สภาพแวดล้อมที่ดี สภาพสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้คนทุกคนดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุข ความปลอดภัยในชีวิต มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง ชุมชนก็จะมีแต่สมาชิกที่ดีมีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติตลอดไป

ข่าวโดย :  YadaDesign

ติดต่อลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ในบล็อก โทร. 081 727 9759

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นายธนโชติ ทำสีนาค นายกอบต.ตลุกกลางทุ่งสร้างฝายแก้มลิงที่เขากิ่วอีบ่าง บ้านมาบป่าแฝกหมู่ที7 ตำบลตลุกกลางทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดตาก

นายธนโชติ ทำสีนาค นายกอบต.ตลุกกลางทุ่งสร้างฝายแก้มลิงที่เขากิ่วอีบ่าง บ้านมาบป่าแฝกหมู่ที7 ตำบลตลุกกลางทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดตากเมื่อวันก่อน
Post By YadaDesign